SpringNews เตรียมจอดำเหตุค้างค่าเช่า MUX อสมท แต่ ‘ฐากร’ ระบุยังออกอากาศได้ต่อ

อสมท ขู่ดับ SpringNews เหตุค้างหนี้ค่า MUX / วทันยาจ่อฟ้อง อสมท เหตุคิดค่า MUX แพง-ไม่เป็นธรรม / ฐากรยัน SpringNews ไม่ดับ แต่ให้โยกย้ายไปใช้ MUX อื่นแทนได้

MUX อสมท เตรียมจอดำสปริงนิวส์ ระบุค้างชำระหนี้มาตั้งแต่ 2560

วุ่นวายอีกระลอกเมื่อบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.อสมท โพสชี้แจงผ่าน Facebook Page PR MCOT โดยพาดหัวว่า “อสมท สั่งจอดำ สปริงนิวส์ เหตุติดหนี้ยืดเยื้อ” โดยระบุว่า อสมท เบรกสัญญาโครงข่ายฯ กับช่องทีวีดิจิทัลอย่างสปริงนิวส์ (SpringNews) หมายเลข 19 หลังจากที่ กสทช. มีมติเห็นชอบสั่งยุติสัญญาณ 16 มิ.ย. นี้

ทาง อสมท นำโดยนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ระบุว่าสาเหตุที่ต้องสั่งจอดำเนื่องมาจากทางช่องสปริงนิวส์ ไม่ชำระหนี้ต่อ อสมท ตามกำหนด ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเงินราว 104 ล้านกว่าบาท (รวมค่าปรับตามสัญญาและดอกเบี้ย ตามกฎหมาย : ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 61)

อสมท. ทำ Timeline สรุปกรณีพิพาทที่มีต่อ SpringNews

โดย อสมท ดำเนินการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กสทช. เพื่อยุติการให้บริการ โดยอ้างมติคณะกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 ว่าเห็นชอบการยุติให้บริการตามสัญญาให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลระหว่าง อสมท และ สปริงนิวส์แล้ว

โดย อสมท จะดำเนินการยุติการให้บริการโครงข่ายฯ แก่สปริงนิวส์ ในวันที่ 16 มิถุนายน 2561 ในทันที

นอกจากนี้ทาง อสมท ยังแสดงความเห็นต่อมาตรการประคองทีวีดิจิทัลของ กสทช. ควรทำให้ชัดเจนและยั่งยืนด้วยการส่งเสริมด้านการผลิต Content ให้มีต้นทุนต่ำ, ช่วยเหลือด้านภาษีหรือสิทธิอื่นๆ, การสนับสนุนให้เปิดตลาดเพื่อการส่งออก Content, การดำเนินการทำ MUX Pool เป็นโครงข่ายเดียว เพื่อให้โครงข่ายการออกอากาศมีต้นทุนต่ำลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีต้นทุนต่ำลงไปด้วยในระยะยาว

“ส่วนการสนับสนุนระยะสั้นในการชดเชย 50% ของค่าใช่จ่าย โครงข่าย ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการแก้ไข ให้ถูกจุด เพิ่อให้ประชาขนผู้ชมได้ประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย” นายเขมทัตต์กล่าว

วทันยา SpringNews โต้ทันควัน เตรียมฟ้อง ม.157 ต่อ กสทช.

หลังจากนั้นเว็บไซต์สปริงนิวส์ เผยแพร่แถลงการณ์ของนางสาววทันยา วงษ์โอภาสี กรรมการบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ระบุว่าได้พยายามเจรจายุติปัญหามาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและราคาค่าเช่าโครงข่าย รวมถึงระยะเวลาการผ่อนชำระค่าเช่าโครงข่ายเดิมที่มีอยู่ เช่นเดียวกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นๆ

“โดยบริษัทก็ได้มีการเจรจาร่วมกับฝ่ายบริหาร อสมท. เพื่อจัดทำแผนการชำระค่าโครงข่ายมาโดยตลอด ซึ่งได้มีการทำหนังสือขอขยายระยะเวลาการชำระอย่างเป็นทางการรวม 8 ครั้ง และขอปรับลดอัตราค่าบริการที่เห็นว่าไม่เป็นธรรมอีก 2 ครั้ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากทาง อสมท. มาโดยตลอด จนเป็นที่มาของมติหยุดให้บริการดังกล่าว” นางวทันยากล่าว

นอกจากยังมองว่าเก็บค่าบริการโครงข่ายของ อสมท. ที่ผ่านมาไม่เพียงมีความไม่สมเหตุสมผล ทั้งด้านประสิทธิภาพ และการครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ ตั้งแต่เริ่มออกอากาศจนปัจจุบันพบว่ามีการเรียกเก็บค่าบริการที่แตกต่างกันในแต่ละราย และเตรียมฟ้องร้องทางกฎหมายต่อไป

“ซึ่งกรณีบริษัทกำลังพิจารณาที่จะดำเนินการทางกฏหมายต่อไป ทั้งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะความผิดตามมาตรา 157 เนื่องจากเห็นว่าการเรียกเก็บค่าบริการของ อสมท. ที่ผ่านมาไม่มีความเป็นธรรม คิดค่าบริการไม่เท่าเทียมกันในแต่ละราย และไม่สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ที่พยายามแก้ปัญหาทีวีดิจิตอล” นางวทันยากล่าว

ส่วนการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทางนางวทันยาจากช่องสปริงนิวส์ ก็ชี้แจงว่าประสานงานร่วมกับคณะกรรมการ กสทช. และพร้อมจัดหาโครงข่ายใหม่ที่จะออกอากาศอย่างต่อเนื่องทันทีหากไม่ได้ข้อยุติ หาก อสมท. ยุติการให้บริการ SpringNews ช่อง 19 จะยังสามารถออกอากาศได้โดยไม่มีการสะดุด และไม่มีผลกระทบต่อประชาชนผู้ชม ผู้ร่วมผลิตรายการและลูกค้าโฆษณาทุกรายอย่างแน่นอน

กสทช. โร่ชี้แจงด่วน ระบุจอดำไม่ได้

ต่อมาในช่วงค่ำ รายการ “เต็มข่าวค่ำ” ทางช่องสปริงนิวส์ ต่อสายสัมภาษณ์นายนที ศุกลรัตน์ กรรมการ กสทช. ก็ได้พูดถึงหลักการทั่วไปในการยุติการให้บริการสถานีโทรทัศน์ (หรือ “การจอดำ”) ของแต่ละช่องที่จะต้องมีการแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคทราบก่อนอย่างน้อย 30 วัน

ส่วนนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์สปริงนิวส์ โดยยืนยันว่า อสมท. ยกเลิกการให้บริการเครือข่ายการออกอากาศของช่อง SpringNews ไม่ได้ และจะไม่เกิดปรากฎการณ์จอดำแน่นอน พร้อมกันนี้ยังยืนยันรักษาผลประโยชน์ประชาชน หากตกลงไม่ได้ กสทช.พร้อมออกคำสั่งหาเครือข่ายให้บริการทดแทน (ได้แก่ MUX ของ ททบ.5, Thai PBS หรือกรมประชาสัมพันธ์) ไปก่อน

อ้างอิงข้อมูลจาก